เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ (UX) หากคุณยังคงเรียกดูเว็บไซต์ต่อ แสดงว่าคุณยินยอมให้ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้ โปรดดูนโยบายคุกกี้สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

  • เส้นทางที่แนะนำ
  • พื้นที่นิกโก

เพลิดเพลินกับธรรมชาติและมรดกโลกของเมืองนิกโก 1 คืน 2 วัน

เส้นทางที่รวมทั้งการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ นอกจากจะมีทั้งสถานที่ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกอย่าง นิชะอิจิจิ (2 ศาลเจ้า 1 วัด) แล้วยังได้เพลิดเพลินกับธรรมชาติอย่างน้ำตกอีกด้วย

กำหนดการ

วันที่ 1

ประสบการณ์สวมใส่กิโมโน (อุตะคะตะ)

1

เราขอชวนให้คุณลองเช่าชุดกิโมโนแบบแอนทีคแล้วออกไปเดินเล่นที่นิกโกซึ่งเป็นมรดกโลกนี้ ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีในการแต่งตัว ในราคา 3,800 เยนต่อวัน (รวมภาษี) หวังว่าคุณจะได้เพลิดเพลินกับบรรยากาศที่แตกต่างไปจากปกตินี้

ศาลเจ้านิกโกโทโชงู

  • เวลาที่ใช้: 2 ชั่วโมง
2

ศาลเจ้าที่อุทิศให้แก่โชกุนโทคุงะวะอิเอะยะสุโชกุนคนแรกของเอโดะบะกุฟุ (ตระกูลโทะกุงะวะ)

“ศาลเจ้านิกโกโทโชงู”เป็นศาลเจ้าที่อุทิศให้แก่โชกุนโทคุงะวะอิเอะยะสุ ถือได้ว่าเป็นหนึ่งใน “ศาลเจ้าและวัดของนิกโก” ที่เป็นตัวแทนมรดกโลกที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งกลุ่มตัวอาคารของศาลเจ้าในปัจจุบันได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในศตวรรษที่ 17 โดยภายในมีอาคารเรียงรายที่ถือเป็นสมบัติของชาติถึง 8 หลัง สิ่งก่อสร้าง 55 หลังที่รวมเอาสมบัติอันมีค่าทางวัฒนธรรมที่สำคัญไว้ถึง 34 หลัง โดยรวบรวมเอาช่างฝีมือที่มาจากทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มารังสรรค์สร้างประติมากรรมงานลงรักชิ้นเอกที่มีสีสันสดใสและสวยงาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาพแกะสลักที่ต้องดูให้ได้อย่าง “แมวนอนหลับ” ที่สื่อถึงการอธิษฐานขอให้โลกสงบสุข และภาพ “ลิงสามตัว” ที่สือถึงการไม่ดู ไม่พูดและไม่ฟัง

  1. เดินเท้า 10 นาที

ศาลเจ้านิกโกฟุตะระซัน (ชินเคียว)

  • เวลาที่ใช้: 1 ชั่วโมง
3

ศาลเจ้าที่เป็นที่รู้จักในเรื่องเทพเจ้าแห่งโชคลาภและการมีโชคในเรื่องของคู่ครอง

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความเชื่อของภูเขานิกโก ซึ่งเป็นที่นิยมในเรื่องของการให้โชคลาภและโชคในเรื่องของคู่ครอง
“ชินเคียว” สะพานไม้ทาสีแดงที่พาดข้ามทางเข้าภูเขานิกโกนี้เป็นสะพานที่มีความสวยสดงดงามที่ถือเป็นทางเข้าบ้านของมรดกโลกอย่าง “ศาลเจ้าและวัดของนิกโก” และยังเป็นจุดถ่ายภาพที่มีตำนานเล่าขานกันว่าคือหลังของงูที่เทพเจ้าปล่อยออกมาแล้วมีหญ้าขึ้นกลับกลายมาเป็นสะพาน

  1. เดินเท้า 3 นาที

วัดนิกโกซังรินโนจิ

  • เวลาที่ใช้: 1 ชั่วโมง
4

สิ่งก่อสร้างทางพุทธศาสนาที่เชื่อมต่อกับวงล้อสันติภาพของโลก

คือชื่อเรียกโดยรวมของวัด อาคารและหอที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาที่อยู่ภายในภูเขานิกโก ถือเป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภูเขานิกโก ที่ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกของ “ศาลเจ้าและวัดของนิกโก” ที่รวมเอา “ซันบุทซึโด” ที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 3 องค์และอาคารอีก 38 หลัง ซึ่งหากได้เข้าร่วมในพิธี “โกฮังชิกิ” ที่จะจัดขึ้นทุกวันที่ 2 เมษายนของทุกปีก็จะได้รับโชคในเรื่องของการไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ บุคคลในครอบครัวมีอายุยืนยาวเป็นต้น เหล่าอาคารที่อยู่ด้านข้างและสวนญี่ปุ่น “โชโยเอ็น” ที่ถึงแม้จะมีขนาดเล็กแต่ก็ยังเป็นที่นิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งโชโยเอ็นถือเป็นจุดเด่นในการชมใบไม้แดงของนิกโก

เมนูขึ้นชื่อฟองเต้าหู้ม้วน นิกโก้ยุบะมะกิ ที่ร้านอาหาร ZEN

5
ถ้าได้เดินทางมายังเมืองนิกโก้แล้ว ขอแนะนำให้ลองมาชิมฟองเต้าหู้ ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองนิกโก้
ฟองเต้าหู้เกิดจากการนำถั่วเหลืองไปต้ม เกิดเป็นเยื่อบางๆ ที่ผิวของน้ำเต้าหู้นั่นเอง
เมนูชื่อดังอย่างฟองเต้าหู้ม้วนนั้น ที่ร้านนำไปม้วนสอดไส้ด้วยข้าวของจังหวัดและเนื้อวัวโตชิงิ รับรองได้ว่าดูดีทั้งหน้าตาและรสชาติอย่างแน่นอน

ดูรายละเอียด

ประสบการณ์แกะสลักลวดลายสไตล์นิกโก

6

สัมผัสประสบการณ์แกะสลักสไตล์นิกโกที่แกะลวดลายลงบนถาดทรงกลม กระจกแบบถือ ภาชนะใส่ขนมและอื่นๆ ภายในศูนย์ท่านสามารถลองทำรองเท้าเกี๊ยะนิกโก และงานแกะสลักสไตล์นิกโกได้ที่นี่

ที่พักเรียวกัง

  • เวลาที่ใช้: ที่พัก
7
สามารถสำรองที่พักจากด้านล่าง
Bookig.com
agoda

วันที่ 2

  1. 40 นาทีโดยรถบัสจากสถานีโทบุนิกโกและลงที่จูเซนจิออนเซ็น
  2. เดินเท้า 5 นาที

น้ำตกเคกอนโนะทากิ

  • เวลาที่ใช้: 40 นาที
8

หนี่งในสามน้ำตกที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่มีความสูงถึง 97 m

น้ำตกที่มีชื่อเสียงที่สุดในน้ำตก 48 แห่งรอบนิกโก น้ำของทะเลสาบซูเซนจิ ที่ตกจากหน้าผาที่ความสูง 97 เมตรกลายเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ ทำให้สามารถดื่มด่ำไปกับทั้งความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติและรูปร่างอันสวยงาม เมื่อลงจากลิฟต์จะมองเห็นถึงท้องน้ำตกที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งเสียงน้ำตกกระทบและเสียงน้ำสาดกระเซ็นที่ได้คะแนนเต็มอย่างแน่นอน สีเขียวสดในเดือนพฤษภาคม นกเฮ้าส์มาร์ตินที่จะบินไปรอบ ๆ น้ำตกในเดือนมิถุนายน น้ำแข็งสีฟ้าอ่อนส่องเป็นประกายเงางามอันน่าประทับใจเป็นจากการแข็งของน้ำตกเล็กที่เรียกว่าจูนิทาคิในเดือนมกราคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นการสรรสร้างของฤดูกาลทั้งสี่ที่สามารถสัมผัสได้

สวนอนุสรณ์บ้านพักตากอากาศของสถานทูตอังกฤษ

9

ประเทศอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านในของนิกโก

“อดีตบ้านพักตากอากาศของสถานทูตอังกฤษ” ซึ่งกลายเป็นจุดเริ่มต้นของสถานที่พักร้อนนานาชาติและโอคุนิกโก ผ่านกาลเวลามาแล้ว 120 ปี และเปิดตัวเป็น “สวนอนุสรณ์บ้านพักตากอากาศของสถานทูตอังกฤษ” เมื่อวันศุกร์ที่ 1 กรกฎาคม 2016
เออเนสต์ ซาโตผู้ซึ่งเป็นนักการทูตของประเทศอังกฤษซึ่งมีอิทธิพลอย่างใหญ่หลวงต่อการปฏิรูปเมจิชื่นชอบธรรมชาติของโอคุนิกโกและทะเลสาบชูเซนจิที่ทำให้ระลึกถึงทัศนียภาพของอังกฤษบ้านเกิดของเขาเป็นพิเศษ จึงสร้างบ้านพักตากอากาศกลางหุบเขาไว้ที่ชายฝั่งทิศใต้ของริมฝั่งทะเลสาบในปีค.ศ. 1896 (ปีเมจิที่ 29) สถานที่แห่งนี้ในภายหลังได้กลายเป็นบ้านพักตากอากาศของสถานทูตอังกฤษและถูกใช้งานมาจนถึงปีค.ศ. 2008 (ปีเฮเซที่ 20) หลังจากนั้นสถานที่แห่งนี้จึงถูกส่งมอบให้จังหวัดโตชิงิและเปิดสู่สาธารณะในปีค.ศ. 2010 (ปีเฮเซที่ 22)
ในปีที่บ้านพักตากอากาศกลางหุบเขานี้สร้างเสร็จ อิซาเบลล่า เบิร์ดผู้ซึ่งได้มาพักที่นี่ประมาณ 1 เดือนกว่าๆ ตามคำแนะนำของซาโต้ได้เขียนบรรยายความยอดเยี่ยมของทัศนียภาพที่มองเห็นจากบ้านพักเอาไว้ในจดหมายที่ส่งถึงเพื่อนในเวลานั้น
ที่สวนอนุสรณ์บ้านพักตากอากาศของสถานทูตอังกฤษ มีการจัดแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมอังกฤษและประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นสถานพักร้อนนานาชาติของโอคุนิกโก นอกจากจะได้อิ่มอร่อยกับชาฝรั่งและขนม (มีค่าใช้จ่ายต่างหาก) ภายในตัวอาคารแล้ว จากระเบียงริมหน้าต่างที่ชั้น 2 ท่านสามารถเต็มอิ่มกับ “ทัศนียภาพที่สวยราวกับภาพวาด” ของริมทะเลสาบชูเซนจิที่ซาโต้หลงรักและยังสามารถสัมผัสได้ถึงบรรยากาศในยุคสมัยที่สถานที่นี้ถูกใช้เป็นอดีตบ้านพักตากอากาศของสถานทูตได้อีกด้วย
ทั้งนี้ “สวนอนุสรณ์บ้านพักตากอากาศของสถานทูตอิตาลี” ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ได้มีการเก็บค่าเข้าชมสถานที่ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2016 เพื่อดำเนินกิจการศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติ วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของสถานพักร้อนนานาชาติและเพื่อปรับปรุงการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น

แผนที่ที่ตั้ง

เส้นทางที่แนะนำ