เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์ของผู้ใช้ (UX) หากคุณยังคงเรียกดูเว็บไซต์ต่อ แสดงว่าคุณยินยอมให้ใช้คุกกี้บนเว็บไซต์นี้ โปรดดูนโยบายคุกกี้สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม

  • บทความสกู๊ปพิเศษ

[ชานเมืองโตเกียว] ค้นพบเสน่ห์ใหม่ของจังหวัดโทชิงิผ่าน 3 เส้นทาง: ลิ้มรสอาหารอร่อย ชมธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และสัมผัสประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น

จังหวัดโทชิงิตั้งอยู่ทางตอนเหนือของภูมิภาคคันโต ที่นี่เป็นสถานที่เต็มไปด้วยเสน่ห์มากมาย ตั้งแต่แหล่งมรดกโลก ธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ของภูเขา ผลไม้ตามฤดูกาลรสหวานฉ่ำ ไปจนถึงเมืองเก่าที่ยังคงบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาเอาไว้ ในบทความนี้ เราจะพาคุณไปเที่ยว 3 เส้นทางในจังหวัดโทชิงิ ได้แก่ “นิกโก” “อะชิคะกะ” และ “นิกโก&อุตสึโนะมิยะ”  ซึ่งเราได้คัดสรรจุดท่องเที่ยวที่เหมาะกับการ “ถ่ายรูปและวิดีโอให้ออกมาสวย” ทั้งอาหาร ธรรมชาติ และกิจกรรม เหมาะสำหรับคู่รัก คู่สามีภรรยา หรือกลุ่มเพื่อนที่อยากออกจากโตเกียวไปสัมผัสทริปสั้นๆ ที่ได้บรรยากาศแตกต่างออกไป กดเล่นวิดีโอแล้วตามไปดูรายละเอียดของแต่ละสถานที่กันได้เลย

ชมวิดีโอของทั้ง 3 เส้นทางได้ที่นี่

[เส้นทางที่ 1] นิกโก (Nikko): ชมวิดีโอ “ทริปตะลุยผลไม้ตามฤดูกาลและขนมหวานแสนอร่อย”

[เส้นทางที่ 2] อะชิคะกะ (Ashikaga): ชมวิดีโอ “ทริปสัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดต่อกันมา พร้อมดื่มด่ำความงดงามของญี่ปุ่น”

[เส้นทางที่ 3] นิกโก (Nikko) & อุตสึโนะมิยะ (Utsunomiya): ชมวิดีโอ “ทริปสัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ พร้อมลิ้มรสอาหารอร่อยประจำเมือง”

จังหวัดโทชิงิ : ขุมสมบัติแห่งธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และของอร่อย เดินทางจากโตเกียวได้ง่ายๆ

จังหวัดโทชิงิเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เดินทางจากโตเกียวได้สะดวกด้วยชินคันเซ็นหรือรถไฟเพียงประมาณ1~2ชั่วโมง  ที่นี่ได้รวบรวมเสน่ห์ที่หลากหลายเอาไว้ ทั้งแหล่งมรดกโลกแห่งนิกโก, เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์, ธรรมชาติอุดมสมบูรณ์, ออนเซ็น รวมถึงของอร่อยขึ้นชื่อประจำท้องถิ่นอย่างเกี๊ยวซ่าและสตรอว์เบอร์รี  แต่อีกหนึ่งเสน่ห์ของโทชิงิคือ แต่ละพื้นที่นั้นจะมีวิธีท่องเที่ยวที่แตกต่างกัน

เช็คข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับทริปเที่ยวจังหวัดโทชิงิ

หากกำลังวางแผนเที่ยวจังหวัดโทชิงิ ลองเช็คข้อมูลที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ที่สนใจจากเว็บไซต์ด้านล่างนี้  สามารถเช็คข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับทริป ตามเป้าหมายและสไตล์การเดินทางได้

・Expedia|ค้นหาที่พักในจังหวัดโทชิงิ

・Agoda|ค้นหาที่พักในจังหวัดโทชิงิ

・Tripadvisor|เช็คข้อมูลที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดโทชิงิ

・Trip.com|เช็คข้อมูลที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดโทชิงิ

เมืองนิกโก: เมืองที่ผสานแหล่งมรดกโลก ธรรมชาติ และวัฒนธรรมไว้อย่างลงตัว

Photo courtesy of Tochigi Prefecture Tourism & Local Products Association

นิกโกเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ทั้งธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และ “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก ทำให้สามารถสัมผัสทั้งวัฒนธรรมสไตล์ญี่ปุ่นและความงดงามของธรรมชาติทั้ง 4 ฤดูกาลได้ในทริปเดียว ตั้งแต่ศาลเจ้าและวัดเก่าแก่ ไปจนถึงทะเลสาบชูเซ็นจิและน้ำตกเคกอนในบริเวณโอคุนิกโก  นอกจากนี้ ยังสามารถเพลิดเพลินไปกับร้านคาเฟ่และขนมหวานได้ระหว่างเดินเล่นในเมืองอีกด้วย

เมืองอะชิคะกะ: เมืองที่จะได้พบกับประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นและความงดงามของทั้ง 4 ฤดูกาล

Photo courtesy of Tochigi Prefecture Tourism & Local Products Association

บรรยากาศเมืองเก่าและทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปตามฤดูกาลถือเป็นหนึ่งในเสน่ห์ของเมืองอะชิคะกะ  ภายในเมืองมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับอะชิคะกะ บรรพบุรุษของตระกูลโชกุนผู้ก่อตั้งรัฐบาลโชกุนมุโรมาจิ อยู่หลายแห่ง เช่น โรงเรียนอะชิคะกะ และวัดบันนะจิ  นอกจากนี้ ยังมีสวนดอกไม้อะชิคากะ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องดอกไม้งาม สามารถสนุกไปกับทั้งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และทิวทัศน์ที่ชวนเก็บภาพเอาไว้

เมืองอุตสึโนะมิยะ: เมืองที่สามารถเพลิดเพลินไปกับอาหารและวัฒนธรรม

Photo courtesy of Tochigi Prefecture Tourism & Local Products Association

เมืองอุตสึโนะมิยะเป็นที่รู้จักกันในฐานะ “เมืองแห่งเกี๊ยวซ่า” ซึ่งทั่วเมืองจะเต็มไปด้วยร้านเกี๊ยวซ่าชื่อดังมากมาย เหมาะกับการเดินไปกินไป นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สามารถสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมได้ อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์โอยะ ทำให้สามารถจัดทริปที่ผสมผสานทั้งของอร่อยและสถานที่ท่องเที่ยวไว้ด้วยกันได้อย่างง่ายดาย

[เส้นทางที่ 1] นิกโก (Nikko): ทริปตะลุยผลไม้ตามฤดูกาลและขนมหวานแสนอร่อย

เริ่มต้นทริปด้วยวิวสวยตระการตา ก่อนออกไปเก็บสตรอว์เบอร์รีในช่วงหน้าร้อน ทานแพนเค้ก และปิดท้ายด้วยน้ำแข็งไสจากน้ำแข็งธรรมชาติ  เส้นทางหวานสดชื่นที่จะพาคุณไปสัมผัสทั้งธรรมชาติแห่งนิกโกและขนมหวานตามฤดูกาลภายในวันเดียว

・ชมวิดีโอของนิกโก (Nikko)

ชื่อสถานที่แนะนำสถานที่
เมาท์เบอร์รี่โอคุนิกโกจุดท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ที่ให้คุณได้เพลิดเพลินไปกับสตรอว์เบอร์รีสดๆ ซึ่งเติบโตท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ของโอคุนิกโก
Ichigo no Sato Café สาขานิกโกร้านคาเฟ่ที่คุณจะได้ดื่มด่ำไปกับขนมหวานหลากหลายเมนูจากผลไม้ตามฤดูกาลที่ปลูกในท้องถิ่น
Hatsuishi Caféร้านคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นที่ทำการโดยร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ของนิกโก “ยุซาวายะ” โดยเมนูยอดนิยมในช่วงฤดูร้อนคือน้ำแข็งไสจากน้ำแข็งธรรมชาติของนิกโก

เก็บสตรอเบอร์รี่ที่ “เมาท์เบอร์รี่โอคุนิกโก”

คิดว่าสตรอว์เบอร์รีมีให้กินเฉพาะฤดูหนาวกันหรือเปล่า? “เมาท์เบอร์รี่โอคุนิกโก” ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มเซนโจกาฮาระที่ระดับความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,400 เมตร มีอากาศเย็นสบายตลอดปี จึงสามารถปลูกสตรอว์เบอร์รี “เทนคู โนะ อิจิโกะ” ได้ตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนซึ่งมีอากาศร้อนจัด ไปจนถึงประมาณกลางฤดูใบไม้ร่วง และไฮไลต์สำคัญที่สุดคือ “นัตสึโอโตเมะ” สายพันธุ์สตรอว์เบอร์รีฤดูร้อนที่สามารถหาลิ้มลองได้ในจังหวัดโทชิงิเท่านั้น  โดยมีจุดเด่นคือรสหวานอมเปรี้ยวสดชื่นที่แตกต่างจากสตรอว์เบอร์รีในฤดูหนาว สำหรับกิจกรรมเก็บสตรอว์เบอร์รีแบบกินไม่อั้น 30 นาที จำเป็นต้องจองล่วงหน้า นอกจากนี้ เนื่องจากแปลงปลูกเป็นระบบยกสูง ทำให้ไม่ต้องก้มเก็บให้เมื่อยหลัง และยังสามารถนำรถเข็นเด็กเข้ามาได้ด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากที่นี่เป็นฟาร์มโรงเรือน จึงสามารถสนุกกับการเก็บสตรอว์เบอร์รีได้แม้ในวันที่ฝนตก

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 3159 ชูกูชิ เมืองนิกโก จังหวัดโทชิงิ 321-1661
■ วันหยุดประจำ: วันพฤหัสบดี
■ เวลาทำการ: ช่วงฤดูกาล (กรกฎาคม-ตุลาคม) 10:00-16:00 น.
■ การเดินทาง:
หลังจากลงรถไฟที่สถานีโทบุนิกโก สายโทบุนิกโก ก็ขึ้นรถบัสโทบุสายยุโมโตะออนเซ็น (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยขึ้นอยู่กับสภาพการจราจร) → ลงที่ป้ายอากานุมะฉะยะ → เดินต่อไปตามถนนข้างอากานุมะฉะยะ ประมาณ 600 เมตร จะมองเห็นฟาร์มอยู่ทางซ้ายมือ
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://mt-berry.com/

ช่วงเวลาอันหอมหวานของผลไม้ตามฤดูกาลและแพนเค้กที่ “Ichigo no Sato Café สาขานิกโก”

Ichigo no Sato Café สาขานิกโก ตั้งอยู่ห่างจากย่านศาลเจ้าและวัดสำคัญอย่างศาลเจ้าโทโชกู นิกโก เพียงประมาณ 10 นาทีโดยเท้า จึงเป็นจุดแวะพักที่เหมาะมากระหว่างการท่องเที่ยว ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องขนมหวานที่ใช้สตรอว์เบอร์รีสดจากฟาร์มของตัวเองแบบจัดเต็ม โดยเมนูยอดนิยมอันดับหนึ่งคือ “เทนชิ โนะ แพนเค้ก” หรือแพนเค้กนางฟ้า  ซึ่งเป็นแพนเค้กเนื้อนุ่มฟู เสิร์ฟพร้อมสตรอว์เบอร์รีสดแบบเต็มจาน และเมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน เมนูจะเปลี่ยนไปใช้ผลไม้ตามฤดูกาล ทำให้ไม่ว่าจะกลับมาเยือนช่วงไหนก็ได้ลิ้มลองรสชาติและเพลิดเพลินกับหน้าตาของขนมที่แตกต่างกันไป ภายในร้านให้บรรยากาศอบอุ่นจากวัสดุไม้ และขนมที่จัดจานมาอย่างสวยงามและสดใสก็ถ่ายรูปขึ้นสุดๆ โดยเฉพาะตอนตัดแพนเค้กออกเป็นชิ้นๆ เป็นซีนที่ต้องห้ามพลาดถ่ายวิดีโอเด็ดขาด

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 2-24 เมืองฮอนโช เขตนิกโก จังหวัดโทชิงิ 321-1434
■ เวลาทำการ: 10:00-17:00 (รับออเดอร์สุดท้าย 16:00 น.)
■ การเดินทาง: ขึ้น “รถบัสโทบุ” จากสถานีโทบุนิกโก สายโทบุนิกโก หรือ สถานีนิกโก สาย JR นิกโก แล้วลงที่ป้าย “นิกโก ทาโมซาวะ โกะโยเท คินเนนโคเอ็น” หรือ “นิชิซันโด อิริกุจิ” จากนั้นเดินต่ออีกไม่ไกล
หากเดินจากสถานีรถไฟโดยตรงจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
■ เว็บไซต์ OTA:
・Tripadvisor
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.itigo.co.jp/restaurant/othershop/

“Hatsuishi Café” สัมผัสเสน่ห์ดั้งเดิมของนิกโก พร้อมลิ้มรสขนมหวานแห่งฤดูกาลในโกดังหินอายุกว่า 100 ปี

บนถนน “ฮัตสึอิชิจูกุ” ซึ่งทอดยาวจากสถานีนิกโกไปยังศาลเจ้านิกโกโทโชกู มีคาเฟ่เล็กๆ แห่งหนึ่งซ่อนตัวอยู่ในอาคารโกดังหินเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยไทโชเมจิ เมนูซิกเนเจอร์ที่อยากให้ลองเมื่อมาที่คาเฟ่แห่งนี้คือ “น้ำแข็งไสจากน้ำแข็งธรรมชาติของนิกโก” โดยจะใช้น้ำแข็งธรรมชาติที่เกิดจากน้ำแร่คุณภาพดีจากแหล่งน้ำใต้ดินที่ค่อยๆ แข็งตัวในฤดูหนาวซึ่งอาศัยเพียงความหนาวเย็นตามธรรมชาติในการแช่แข็งเท่านั้น ทำให้เนื้อสัมผัสเมื่อละลายในปากนั้นเบาและฟูนุ่มอย่างน่าอัศจรรย์ใจ ส่วนน้ำซอสราดเองก็มีให้เลือกทั้งรสชาติแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม อย่างถั่วแดงกวนและมัทฉะ รวมถึงเมนูยอดนิยมอย่าง “สกายเบอร์รี่มิลค์” ที่ใช้สตรอว์เบอร์รีแบรนด์ดังประจำท้องถิ่นอย่าง “สกายเบอร์รี่” แบบจัดเต็ม และยังสามารถเพิ่มนมข้นหวานได้ตามใจชอบ โดยน้ำแข็งไสเมนูนี้จำหน่ายแบบจำกัดเฉพาะช่วงตั้งแต่ฤดูร้อนไปจนถึงช่วงต้นฤดูใบไม้ร่วงเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมให้เลือกอีกมากมาย ทั้งพาร์เฟต์และขนมอันมิตสึ

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 946 ชิโมะฮัตสึอิชิโจ เมืองนิกโก จังหวัดโทชิงิ 321-1403
■ วันหยุดประจำ: ไม่มี
■ เวลาทำการ: 10:00-17:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 16:20 น.)
■ การเดินทาง: เดินประมาณ 15 นาทีจากสถานีโทบุนิกโก สายโทบุนิกโก
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.yuzawaya.jp/tea.html

 [เส้นทางที่ 2] อะชิคะกะ (Ashikaga): ทริปสัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สืบทอดต่อกันมา พร้อมดื่มด่ำความงดงามของญี่ปุ่น

หลังจากปั่นจักรยานเที่ยวรอบเมือง ชมดอกไม้สวยๆ แล้ว ก็สวมชุดกิโมโนไปเยี่ยมชมโรงเรียนอะชิคะกะซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ก่อนปิดท้ายด้วยกิจกรรมลองทำขนมญี่ปุ่นด้วยตัวเอง เส้นทางที่จะได้สัมผัสทั้งประวัติศาสตร์ของอะชิคะกะและวัฒนธรรมญี่ปุ่น

・ชมวิดีโอของอะชิคะกะ (Ashikaga)

ชื่อสถานที่ชื่อสถานที่
เส้นทางปั่นจักรยานเมืองอะชิคะกะกิจกรรมที่ให้คุณได้สัมผัสเสน่ห์ของเมืองแบบสบายๆ พร้อมรับลมเย็นๆ ริมแม่น้ำวาตาราเสะ
สวนดอกไม้อะชิคากะจุดหมายยอดนิยมที่จะได้ดื่มด่ำไปกับทิวทัศน์ของดอกไม้อันแสนงดงาม สวนสวรรค์ดอกไม้ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิดได้ตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล
อะชิคะกะเมเซ็น “มาจินากะ ยูกักคุคัง”เปิดประสบการณ์แบบง่ายๆ กับ “อะชิคะกะเมเซ็น” ผ้าทอพื้นเมืองดั้งเดิมของอะชิคะกะ พร้อมลองแต่งชุดและออกไปเดินเล่นท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าอันมีเสน่ห์
โรงเรียนอะชิคะกะสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นโรงเรียนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ภายในบรรยากาศเงียบสงบ ไม่เพียงแค่เดินชมอย่างเดียว ขอแนะนำให้ลองสัมผัสบรรยากาศไปพร้อมกันด้วย
ศาลเจ้าอะชิคะกะโอะริฮิเมะศาลเจ้าชื่อดังของอะชิคะกะที่ผู้คนเดินทางมาขอพรเรื่องความรักและความสัมพันธ์ โดดเด่นด้วยอาคารสีแดงสดและเสาโทริอิ 7 สี อีกทั้งยังสามารถชมวิวเมืองอะชิคะกะได้จากภายในบริเวณศาลเจ้าอีกด้วย
atelier tebanเวิร์กช็อปทำขนมญี่ปุ่นที่เปิดโอกาสให้มือใหม่ได้ลองทำขนม “เนริคิริ” ขนมญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดความงามของทั้ง 4 ฤดู ผ่านรูปทรงและสีสันอันประณีต

“เส้นทางปั่นจักรยานเมืองอะชิคะกะ” สัมผัสสายลม พร้อมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์รอบเมือง

Photo courtesy of Tochigi Prefecture Tourism & Local Products Association

เส้นทางปั่นจักรยานเลียบเขื่อนแม่น้ำวาตาราเสะเป็นส่วนหนึ่งของ “เส้นทางปั่นจักรยาน คิริว-อะชิคะกะ-ฟูจิโอกะ” (เรียกกันทั่วไปว่า “เส้นทางปั่นจักรยานแม่น้ำวาตาราเสะ”) ซึ่งเป็นเส้นทางค่อนข้างราบและปั่นง่าย อีกทั้งยังเปิดโล่ง ทำให้มองเห็นวิวภูเขาและสะพานวาตาราเสะได้อย่างเต็มตา โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า วิวสวยจนแทบอยากหยุดถ่ายรูปทุกๆ 100 เมตรเลยทีเดียว สามารถเช่าจักรยานได้ที่ “อะชิ Navi” ของสมาคมการท่องเที่ยวเมืองอะชิคะกะ หรือศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวไทเฮคิคัง โดยมีทั้งจักรยานทั่วไปและจักรยานไฟฟ้า ระหว่างทางยังสามารถแวะชมโรงเรียนอะชิคะกะ ศาลเจ้าโอริฮิเมะ คาเฟ่ และร้านค้าท้องถิ่นได้เรื่อยๆ อีกด้วย โดยจะใช้เวลาปั่นจักรยานจากสถานีไปยังสวนดอกไม้อะชิคากะประมาณ 40 นาที

[ข้อมูล]
■ จุดเช่าจักรยาน:
・สมาคมการท่องเที่ยวเมืองอะชิคะกะ “Ashi Navi” (ภายในสถานีอะชิคะกะชิ สายโทบุอิเสะซากิ)
・ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวไทเฮคิคัง (3-6-4 อิเสะโจ เมืองอะชิคะกะ จังหวัดโทชิงิ)
■ เวลารับจักรยาน: 9:00-15:00 น. (คืนจักรยานก่อน 16:45 น.)
*ต้องแสดงเอกสารยืนยันตัวตนเมื่อใช้บริการ ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย อาจงดให้บริการ
■ ค่าบริการ:
・จักรยานธรรมดา: 3 ชั่วโมง 400 เยน / 1 วัน 800 เยน
・จักรยานไฟฟ้าแบบช่วยปั่น: 3 ชั่วโมง 600 เยน / 1 วัน 1,200 เยน
■ การเดินทาง:
・สมาคมการท่องเที่ยวเมืองอะชิคะกะ “Ashi Navi”: ภายในสถานีอะชิคะกะชิ สายโทบุอิเสะซากิ
・ศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวไทเฮคิคัง: เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี JR อะชิคะกะ สายเรียวโม
*สามารถเช่าและคืนจักรยานได้ที่จุดให้บริการทั้ง 2 แห่งข้างต้น
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.city.ashikaga.tochigi.jp/industory/000061/000333/000946/index.html

“สวนดอกไม้อะชิคากะ” เดินใต้ม่านดอกฟูจิ และไฟประดับที่เปลี่ยนสวนให้กลายเป็นโลกแห่งความฝัน

Photo courtesy of Tochigi Prefecture Tourism & Local Products Association
Photo courtesy of Ashikaga Flower Park

สวนดอกไม้อะชิคากะ เป็นที่รู้จักจากต้นดอกฟูจิยักษ์ อายุกว่า 160 ปี  ที่กิ่งก้านแผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ ยังมีอุโมงค์ดอกฟูจิสีขาวยาว 80 เมตร และดอกฟูจิสีเหลืองที่หาชมยาก ซึ่งจะบานสวยที่สุดในช่วงกลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤษภาคม ในช่วงที่ดอกไม้บานเต็มที่ สวนจะเปิดให้เข้าชมในช่วงกลางคืน พร้อมจัดไฟประดับ ดอกฟูจิที่ส่องประกายและสะท้อนอยู่บนผิวน้ำท่ามกลางความมืด เป็นมุมถ่ายรูปที่ได้รับความนิยมและถูกแชร์บนโซเชียลอย่างมากมาย ภายใต้ธีม “8 ฤดูกาลแห่งดอกไม้” นอกจากฤดูของดอกฟูจิแล้ว ตลอดทั้งปียังมีดอกทิวลิป ดอกกุหลาบ ดอกไฮเดรนเยีย ดอกบัวสาย และดอกอะเมทิสต์เสจ ผลัดเปลี่ยนกันบานภายในสวน ส่วนช่วงประมาณกลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์จะมีงานประดับไฟ “สวนแห่งแสงและดอกไม้” ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “3 งานประดับไฟที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น” และยังได้รับ “รางวัลอันดับ 1 ในประเทศญี่ปุ่น” จาก “International Illumination Award” ติดต่อกัน 3 ปี จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับออกเดตยามค่ำคืนแบบโรแมนติก  (*ปี 2023, ปี 2024 และปี 2025)

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 607 ฮาซามะโจ เมืองอะชิคะกะ จังหวัดโทชิงิ 329-4216
■ วันหยุดประจำ: ไม่มี
*ปิดสวนในวันพุธและพฤหัสบดีสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกุมภาพันธ์ และวันที่ 31 ธันวาคม
*อาจมีการปิดให้บริการเนื่องจากการตรวจสอบอุปกรณ์ ฯลฯ
■ เวลาทำการ: 10:00-17:00 น. (ช่วงปกติ)
■ ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ ประมาณ 400-2,300 เยน / เด็ก ประมาณ 200-1,200 เยน
*ค่าเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาที่ดอกไม้บาน
■ การเดินทาง: เดินประมาณ 3 นาทีจากสถานี Ashikaga Flower Park สาย JR เรียวโม
■ เว็บไซต์ OTA:
・KKDAY

อะชิคะกะเมเซ็น “มาจินากะ ยูกักคุคัง” ออกไปเดินเล่นในเมืองเก่าด้วยชุดจากผ้าอะชิคะกะเมเซ็นสไตล์เรโทรโมเดิร์น

ที่นี่เป็นจุดท่องเที่ยวที่เปิดโอกาสให้สัมผัส “อะชิคะกะเมเซ็น” ผ้าทอแบบดั้งเดิมของอะชิคะกะได้อย่างใกล้ชิด ภายในอาคารมีกิจกรรมลองสวมชุดที่ตัดเย็บจากผ้าอะชิคะกะเมเซ็น ซึ่งโดดเด่นด้วยสีสันสดใสและดีไซน์ที่มีความโมเดิร์น หลังจากเปลี่ยนเป็นชุดกิโมโนแล้ว ก็ออกไปเดินในย่านเมืองเก่าที่ยังคงเหลือถนนที่ปูด้วยหินอยู่ สามารถเดินเที่ยวชมสถานที่สำคัญต่างๆ ของอะชิคะกะ พร้อมดื่มด่ำกับบรรยากาศเรโทรของเมืองเก่าได้พร้อมกัน และอีกหนึ่งไฮไลต์คือภายในอาคารยังมีนิทรรศการเกี่ยวกับสิ่งทอ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของอะชิคะกะว่ากลายมาเป็นเมืองแห่งสิ่งทอได้อย่างไร

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 2673 โทริ 1 โจเมะ เมืองอะชิคะกะ 326-0814
■ วันหยุดประจำ: วันพุธสัปดาห์ที่ 3 ของทุกเดือน / วันหยุดปีใหม่
*หากวันพุธสัปดาห์ที่ 3 ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะเปิดให้บริการและหยุดในวันถัดไปแทน
*ในบางเดือน วันหยุดอาจมีการเปลี่ยนแปลงให้ตรงกับวันหยุดของโรงเรียนอะชิคะกะ
■ เวลาทำการ: 9:00-17:00 น. (บริการสวมชุดกิโมโน 9:30-13:00 น.) โดยให้สิทธิผู้ที่จองล่วงหน้าก่อน
■ ค่าเข้าชม: ฟรี
・เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานีอะชิคะกะ สาย JR เรียวโม
・เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานีโทบุอะชิคะกะชิ
・ประมาณ 25 นาทีจากทางแยกต่างระดับซาโนะฟูจิโอกะ บนทางด่วนโทโฮคุ
■ เว็บไซต์ OTA:
・Trip.com
・Tripadvisor
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.ashikaga-kankou.jp/special/detail/kituketaiken.html

“โรงเรียนอะชิคะกะ” หนึ่งในสถาบันการศึกษาที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น

โรงเรียนอะชิคะกะ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะ “โรงเรียนที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น”  โดยเชื่อกันว่าประวัติความเป็นมานั้นย้อนกลับไปได้ถึงสมัยนาราและสมัยเฮอัน และในช่วงต้นศตวรรษที่ 16 เคยมีนักเรียนมาเล่าเรียนที่นี่มากถึงประมาณ 3,000 คน  ชื่อเสียงของที่นี่ยิ่งใหญ่ถึงขนาดที่นักบุญฟรันซิสโก ฆาบิเอร์ คณะแห่งพระเยซูเจ้าเคยนำเรื่องราวของโรงเรียนอะชิคะกะไปเผยแพร่ให้เป็นที่รู้จักในต่างประเทศ  ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ และยังได้รับการรับรองให้เป็นมรดกของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย  สถานที่แห่งนี้ได้รับการดูแลให้ยังคงบรรยากาศของสถานศึกษาในอดีตเอาไว้ ทั้งประตูไม้ หลังคามุงจาก ห้องปูเสื่อทาทามิ และสวนญี่ปุ่น ทั้งหมดนี้ล้วนถ่ายทอดถึงความสงบและบรรยากาศแห่งการเรียนรู้จากอดีตมาสู่ปัจจุบัน  และในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ในสวนจะเปลี่ยนเป็นสีสันสดใส ตัดกับหลังคากระเบื้อง กลายเป็นทิวทัศน์ที่งดงามและเงียบสงบอย่างมีเสน่ห์

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 2338 โชเฮโจ เมืองอะชิคะกะ เมืองโทชิงิ 326-0813
■ วันหยุด
・วันพุธสัปดาห์ที่ 3 ของทุกเดือน
・วันหยุดปีใหม่ (29-31 ธันวาคม)
ทั้งนี้ วันหยุดอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากการบำรุงรักษาสถานที่
■ เวลาทำการ:
・เมษายน-กันยายน: 9:00-17:00 น. (ลงทะเบียนได้ถึง 16:30 น.)
・ตุลาคม-มีนาคม: 9:00-16:30 น. (ลงทะเบียนได้ถึง 16:00 น.)
■ ค่าเข้าชม:
(บุคคลทั่วไป) ผู้ใหญ่ 480 เยน / นักเรียนมัธยมปลาย 240 เยน / นักเรียนประถมและมัธยมต้น 120 เยน
■ การเดินทาง
・เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานี อะชิคะกะ บนสาย JR เรียวโม
・เดินประมาณ 15 นาทีจากสถานีโทบุอะชิคะกะ สายโทบุอิเสะซากิ
■OTA
・Trip.com
・Tripadvisor
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.ashikaga-kankou.jp/en/spot/ashikagagakko

ขอพรเรื่องความรักกับโทริอิ 7 สี พร้อมชมวิวเมืองที่ “ศาลเจ้าอะชิคะกะโอะริฮิเมะ”

ศาลเจ้าอะชิคะกะโอะริฮิเมะ เป็นศาลเจ้าที่คอยปกป้องรักษาเมืองอะชิคะกะซึ่งมีประวัติศาสตร์ด้านการทอผ้ามายาวนานกว่า 1,200 ปี โดยเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้าที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอุตสาหกรรม การผูกสัมพันธ์และความรัก โดยอาคารศาลเจ้าหลังปัจจุบันถูกสร้างขึ้นในปี 1937 โดดเด่นด้วยสีแดงชาดอันงดงาม และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้แห่งชาติอีกด้วย
บริเวณทางขึ้นศาลเจ้ามี “เนินแห่งสายสัมพันธ์” ซึ่งเรียงรายด้วยเสาโทริอิ 7 สี แต่ละสีเป็นสัญลักษณ์ของพรอันเป็นมงคล 7 ประการ  เมื่อเดินขึ้นบันไดหินทั้ง 229 ขั้นจนถึงด้านบน จะได้พบกับวิวพาโนรามาของเมืองอะชิคะกะ แม่น้ำวาตาราเสะ และที่ราบคันโตอันกว้างใหญ่อยู่เบื้องหน้า ในวันที่อากาศแจ่มใสยังสามารถมองเห็นไปไกลถึงภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่ยังได้รับการรับรองให้เป็น “มรดกแห่งทิวทัศน์ยามค่ำคืนของญี่ปุ่น” และ “ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สำหรับคู่รัก” ภายในศาลเจ้ามี “ระฆังแห่งความรัก” และตั้งแต่ช่วงพระอาทิตย์ตกไปจนถึงยามค่ำคืน บรรยากาศจะยิ่งโรแมนติก เหมาะสำหรับการถ่ายรูปสวยๆ

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 3889 นิชิโนะมิยะโจ เมืองอะชิคะกะ จังหวัดโทชิงิ 326-0817
■ การเดินทาง: เดินประมาณ 30 นาทีจากสถานีอะชิคะกะ สาย JR  เรียวโม หรือสถานีโทบุอะชิคะกะชิ สายอิเสะซากิ
*มีที่จอดรถฟรีใกล้บริเวณศาลเจ้า (ลานจอดรถโอริฮิเมะ และ ลานจอดรถสวนโอริฮิเมะ) จึงสามารถเดินทางมาโดยรถยนต์ได้
■ เว็บไซต์ OTA:
・Trip.com
・Tripadvisor
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://orihimejinjya.com/

ลองทำขนมญี่ปุ่นด้วยตัวเองที่ “atelier teban”

atelier teban เป็นเวิร์กช็อปขนมญี่ปุ่นขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนอะชิคะกะ ที่นี่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ลองทำ “เนริคิริ” ขนมญี่ปุ่นเนื้อนุ่มที่ทำจากถั่วขาวกวน ขนมเนริคิริเปรียบเสมือนเป็นศิลปะญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดดอกไม้และทิวทัศน์ของแต่ละฤดูกาลผ่าน สี รูปทรง และลวดลายของขนม
กิจกรรมจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที ถึง 2 ชั่วโมง โดยทางร้านจะจัดเตรียมอุปกรณ์และกล่องสำหรับนำขนมกลับบ้านไว้ให้ครบ จึงสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้แม้เป็นมือใหม่ก็ตาม สำหรับกิจกรรมเวิร์กช็อปจะต้องจองล่วงหน้าเท่านั้น โดยจะมีผู้สอนคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่การทำลวดลายแบบดั้งเดิมไปจนถึงเทคนิคการไล่สีอย่างสวยงาม หลังทำเสร็จก็สามารถนั่งเพลิดเพลินกับขนมที่ทำเองพร้อมดื่มชาได้ และสามารถนำขนมที่เหลือใส่กล่องกลับบ้านได้ด้วยเช่นกัน ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นกันเอง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับคู่รักหรือกลุ่มเพื่อนที่อยากสร้างความทรงจำร่วมกันผ่านประสบการณ์ของ “การทำเอง ถ่ายรูปเอง”

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 2228-1 อิเอะโทมิโจ เมืองอะชิคะกะ จังหวัดโทชิงิ 326-0803
■ วันหยุดประจำ: วันพฤหัสบดี
■ การเดินทาง:
・เดินประมาณ 15 นาทีจากสถานีอะชิคะกะ สาย JR เรียวโม
・เดินประมาณ 20 นาทีจากสถานีอะชิคะกะชิ สายโทบุอิเสะซากิ
*มีที่จอดรถสำหรับลูกค้า (ฟรี) ทั้งหมด 4 คัน
■ Instagram: https://www.instagram.com/atelierteban/

[เส้นทางที่ 3] นิกโก (Nikko) & อุตสึโนะมิยะ (Utsunomiya): ทริปสัมผัสเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ พร้อมลิ้มรสอาหารอร่อยประจำเมือง

เริ่มต้นด้วยการลิ้มรสขนมชีสเค้กและโทชิงิวากิว ก่อนมุ่งหน้าต่อไปยังอุตสึโนะมิยะ เส้นทางนี้จะพาไปสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดโทชิงิแบบครบเครื่องทั้ง “อาหาร ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติ” ภายใน 1 วัน ตั้งแต่เดินเล่นในป่าไผ่ ไปจนถึงกินเกี๊ยวซ่าเปรียบเทียบรสชาติ

・ชมวิดีโอของนิกโก & อุตสึโนะมิยะ (Nikko & Utsunomiya)

ชื่อสถานที่แนะนำสถานที่
Cheese Garden THE NIKKOแบรนด์ชีสเค้กชื่อดังจากเมืองนาสุ ภายในร้านมีทั้ง “โกะโยเท ชีสเค้ก” ที่อบสดใหม่ รวมถึงขนมหวานเฉพาะสาขานิกโก และเมนูอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น
若ฟาร์มวาคายามะ วากาทาเกะ โนะ โมริจุดท่องเที่ยวที่มีป่าไผ่อันงดงามขยายออกไปสุดลูกหูลูกตา  บรรยากาศเงียบสงบท่ามกลางต้นไผ่ที่สัมผัสได้ทั้งความงดงามในแบบญี่ปุ่นและทิวทัศน์อัศจรรย์ใจ
ร้านเกี๊ยวซ่าคิรัสเสะศูนย์รวมเกี๊ยวซ่าที่บริหารโดยสมาคมเกี๊ยวซ่าอุตสึโนะมิยะ จุดเด่นคือสามารถเปรียบเทียบรสชาติของเกี๊ยวซ่าจากหลายร้านได้ในที่เดียว
กริลล์แอนด์สเต็ก เมียวเง็ตสึโบร้านสเต๊กที่ได้นำที่พักสำหรับผู้ที่เดินทางมาสักการะซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานในย่านแหล่งมรดกโลก “ศาลเจ้าและวัดแห่งนิกโก” มาปรับปรุงใหม่ ที่นี่สามารถลิ้มลองเมนูขึ้นชื่อของนิกโก ทั้งโทชิงิวากิวและยูบะหรือฟองเต้าหู้ได้ด้วย

“Cheese Garden THE NIKKO” ลิ้มรสชีสเค้กขึ้นชื่อในร้านสไตล์โมเดิร์นที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแบบญี่ปุ่น

“Cheese Garden THE NIKKO” เป็นร้านขนมชีสชื่อดังจากเมืองนาสุ ซึ่งชีสเค้กของที่นี่ถือเป็นของฝากยอดนิยมจากจังหวัดโทชิงิ  ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก ให้บรรยากาศสไตล์ญี่ปุ่นที่เรียบง่ายและผ่อนคลาย  เมนูที่อยากแนะนำให้ลองคือ “โกะโยเท ชีสเค้ก อบสดใหม่” ซึ่งอบในเตาภายในร้านและเสิร์ฟในขณะที่ยังอุ่นๆ ให้ได้สัมผัสกลิ่นหอมหวานและเนื้อสัมผัสนุ่มฟูของชีสเค้ก นอกจากนี้ ยังมีขนมหวานแบบลิมิเต็ดที่น่าลอง เช่น โกะโยเท ชีสเค้ก บรูว์เล ที่เคลือบผิวด้านบนจนหอมกรอบด้วยคาราเมล และ โกะโยเท ชีสเค้ก มัทฉะ พาเฟ่ต์ สำหรับเมนูอาหารก็มีให้เลือกไม่น้อย ทั้งข้าวห่อไข่ที่ใช้ไข่จากนิกโกโกโยรัน และเมนูอื่นๆ ที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นมาใช้ ก่อนกลับอย่าลืมแวะดูซอฟต์คุกกี้สูตรเฉพาะสาขานิกโกด้วย (มีรสบลูเบอร์รี สตรอว์เบอร์รี่รูบาร์บ และยูซุ)

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 8-1 มัตสึบาระโจ เขตนิกโก จังหวัดโทชิงิ 321-1406
■ วันหยุด: ไม่มี
■ เวลาทำการ: 9:00-18:00 น.
・คาเฟ่: 9:00-17:30 น. (ออเดอร์สุดท้าย 17:00 น.)
・มื้อกลางวัน: 11:00-15:30 น.
■ การเดินทาง: เดินประมาณ 2-3 นาทีจากสถานีโทบุนิกโก สายโทบุนิกโก
■ เว็บไซต์ OTA:
・Tripadvisor
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://shoplist.cheesegarden.jp/detail/002/

ชมแสงไฟยามค่ำคืนสุดโรแมนติกท่ามกลางป่าไผ่ “ฟาร์มวาคายามะ วากาทาเกะ โนะ โมริ”

“ฟาร์มวาคายามะ วากาทาเกะ โนะ โมริ” คือฟาร์มขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว้างถึง 150 ไร่ และได้รับการดูแลสืบต่อกันมาถึง 3 รุ่นในครอบครัวเป็นเวลากว่า 100 ปี ป่าไผ่ที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีแห่งนี้มีบรรยากาศสวยงามราวกับฉากในภาพยนตร์ จึงถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำทั้งภาพยนตร์ มิวสิกวิดีโอของศิลปินชื่อดัง และโฆษณามาแล้วมากมาย ภายในป่าไผ่ยังมีร้านน้ำชาที่สามารถนั่งจิบมัทฉะในภาชนะไม้ไผ่ได้อีกด้วย (ปกติจะให้บริการในวันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์  ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามกิจกรรมต่างๆ) ภาชนะไม้ไผ่ที่ใช้เสิร์ฟสามารถนำกลับไปเป็นของที่ระลึกได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษท่ามกลางความเงียบสงบของป่าไผ่เลย
นอกจากนี้ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยังได้เปิดโซนใหม่อย่าง “ทะเลหมอกไผ่” อีกด้วย มีการสร้างทะเลหมอกจำลองขึ้นท่ามกลางป่าไผ่ สร้างทิวทัศน์สุดแฟนตาซีที่แตกต่างจากบรรยากาศเดิมๆ *ในช่วงฤดูหนาวที่อากาศหนาวจัด ระบบอาจหยุดให้บริการชั่วคราว

หากมาเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ อย่าพลาด “ไฟประดับป่าไผ่” หลังพระอาทิตย์ตกดิน ทั้งแสงไฟจากกระบอกไม้ไผ่ ลูกบอลไม้ไผ่ และไฟที่ส่องขึ้นจากด้านล่างของต้นไผ่ ล้วนเปล่งประกายสร้างบรรยากาศสุดมหัศจรรย์ท่ามกลางความมืดที่ไม่ว่าจะถ่ายรูปจากมุมไหนก็ให้ความรู้สึกราวกับหลุดเข้าไปในโลกอีกใบเลยทีเดียว

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 2018 ทาคารากิฮงโจ เมืองอุตสึโนะมิยะ จังหวัดโทชิงิ 320-0075
■ วันหยุด: วันหยุดปีใหม่
*อาจปิดให้บริการสวนเนื่องจากสภาพอากาศ
■ เวลาทำการ:
・วันธรรมดา: 09:00-17:00 น.
・เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 09:00-20:00 น. (มิถุนายน-สิงหาคม เปิดถึง 21:00 น.)
*เปิดให้เข้ารอบสุดท้ายก่อนเวลาปิด 30 นาที
■ ค่าเข้า:
ผู้ใหญ่ 900 เยน / นักเรียนประถมถึงมัธยมต้น 600 เยน / เด็กอายุ 3-5 ปี 300 เยน
*มีค่าเข้าชมส่วนไฟประดับเพิ่มเติมสำหรับการเข้าชมไฟประดับตอนค่ำคืน
■ การเดินทาง:
・รถบัส: จากป้ายรถบัสทางออกฝั่งตะวันตกของสถานี JR อุตสึโนะมิยะ จากสาย JR ต่างๆ ขึ้นรถบัสคันโต สาย 52, 56 หรือ 58 ลงที่ป้าย “ฟาร์มวาคายามะ วากาทาเกะ โนะ โมริ” ใช้เวลาประมาณ 24 นาที จากนั้นเดินต่อประมาณ 5 นาที
・รถยนต์: จากทางด่วนโทโฮคุ “อุตสึโนะมิยะ IC” ประมาณ 10 นาที (มีที่จอดรถให้บริการ)
・แท็กซี่: ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีจากสถานี JR อุตสึโนะมิยะ จากสาย JR ต่างๆ
■ เว็บไซต์ OTA:
・Trip.com
・Tripadvisor
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://en.wakayamafarm.com/

ตะลุยกินเปรียบเทียบเกี๊ยวซ่าร้านดังที่ธีมพาร์กเกี๊ยวซ่า “ร้านเกี๊ยวซ่าคิรัสเสะ”

เมืองอุตสึโนะมิยะขึ้นชื่อว่าเป็น “เมืองแห่งเกี๊ยวซ่า” เพราะมีร้านที่เสิร์ฟเกี๊ยวซ่าอยู่มากมายหลายร้อยร้านทั่วเมือง  “ร้านเกี๊ยวซ่าคิรัสเสะ” ที่บริหารโดยสมาคมเกี๊ยวซ่าอุตสึโนะมิยะ แบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ ร้านประจำ ร้านหมุนเวียนรายวัน และโซนจำหน่ายของฝาก  ในโซนร้านประจำ สามารถลิ้มลองเกี๊ยวซ่าจาก 5 ร้านดัง ได้แก่ “อุตสึโนะมิยะ มินมิน”, “เมนเมน”, “โครัน”, “ริวมง” และ “ซัตสึกิ” ได้ตลอดเวลา ส่วนโซนร้านหมุนเวียนรายวันจะมีเกี๊ยวซ่ามากกว่า 30 แบบจากหลากหลายร้านสลับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน โดยเมนูยอดนิยมคือ “ชุดรวม” ที่สามารถชิมเกี๊ยวซ่าจากหลายร้านได้ในครั้งเดียว นอกจากนี้ ที่โซนของฝากยังมีเกี๊ยวซ่าสดแช่แข็ง รวมถึงสินค้าที่ระลึกเกี่ยวกับเกี๊ยวซ่าสุดแปลกใหม่ เรียกได้ว่ามาที่เดียวก็สัมผัสเสน่ห์ของ “เมืองแห่งเกี๊ยวซ่า” ได้แบบเต็มอิ่มเลย

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: ชั้นใต้ดิน 1F MEGA ดองกิโฮเต้ อุตสึโนะมิยะ 2-3-12 ถนนบาบาโดริ เมืองอุตสึโนะมิยะ จังหวัดโทชิงิ 320-0026
■ วันหยุดประจำ: ไม่มี (ยกเว้นวันตรวจบำรุงรักษาสถานที่)
■ เวลาทำการ:
<โซนร้านประจำ>
・วันธรรมดา: 11:00–20:30 น. (ออเดอร์สุดท้าย 20:00 น.)
・เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 11:00-21:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 20:30 น.)
<โซนร้านหมุนเวียนรายวัน>
・ทุกวัน: 11:00-21:00 น. (ออเดอร์สุดท้าย 20:30 น.)
*เวลารับออเดอร์สุดท้ายอาจเร็วขึ้นตามความหนาแน่นของผู้ใช้บริการ
■ การเดินทาง:
・เดินประมาณ 10 นาทีจากสถานีโทบุอุตสึโนะมิยะ สายโทบุอุตสึโนะมิยะ
・ขึ้นรถบัสคันโต หรือรถบัสที่ให้บริการในเส้นทางใกล้เคียงจากสถานี JR อุตสึโนะมิยะ สาย JR ต่างๆ และไปลงที่ป้าย “บาบาโจ (หน้าศาลเจ้าฟุตาระซัง)” แล้วถึงเลย
■ เว็บไซต์ OTA:
・Tripadvisor
■เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.gyozakai.com/th/kirasse/

ลิ้มรสโทชิงิวากิวในอาคารเก่าแก่ของวัดรินโนจิที่ “กริลล์แอนด์สเต็ก เมียวเง็ตสึโบ”

ร้านนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสะพานชินเคียวในเขตแหล่งมรดกโลกที่เป็นที่ตั้งของศาลเจ้านิกโกโทโชกูและสถานที่สำคัญต่างๆ โดยมีร้านสเต๊ก “กริลล์แอนด์สเต็ก เมียวเง็ตสึโบ” ซึ่งนำอาคารที่เคยเป็นที่พักของพระในวัดรินโนจิมาปรับปรุงใหม่  ร้านแห่งนี้เปิดให้บริการในปี 2019 โดยยังคงธรรมเนียมแบบญี่ปุ่นด้วยการถอดรองเท้าก่อนเข้าไปภายในร้าน  และเสน่ห์สำคัญคือการได้นั่งรับประทานสเต๊กท่ามกลางอาคารไม้เก่าแก่ที่ยังคงกลิ่นอายของวัดเอาไว้ได้อย่างชัดเจน
เมนูมีให้เลือกทั้งสเต๊กเนื้อวัวโทชิงิวากิว ระดับ A5 ขึ้นไป และเนื้อวัวจากที่ราบสูงคิริฟุริโคเก็น รวมถึงแฮมเบิร์กเนื้อวัว 100% และแฮมเบิร์กเสิร์ฟพร้อมฟองเต้าหู้ “ยูบะสด” ของขึ้นชื่อจากนิกโก เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานระหว่างอาหารญี่ปุ่นและตะวันตกได้อย่างลงตัว  ระหว่างรับประทานอาหารยังสามารถชมวิวสวนที่เปลี่ยนบรรยากาศไปตามฤดูกาล ตั้งแต่ใบไม้สีเขียวสด ใบไม้เปลี่ยนสี ไปจนถึงทิวทัศน์ของหิมะ

[ข้อมูล]
■ ที่อยู่: 2381 ซังไน เมืองนิกโก จังหวัดโทชิงิ 321-1431
■ วันหยุดประจำ: วันพุธ
■ เวลาทำการ: 11:00-21:00 น. (เข้าร้านได้ถึง 19:30 น.)
■ การเดินทาง:
・นั่งแท็กซี่ประมาณ 10 นาทีจากสถานีโทบุนิกโก สายโทบุนิกโก หรือ สถานีนิกโก สาย JR นิกโก (หากเดินจะใช้เวลามากกว่า 30 นาที)
*มีที่จอดรถสำหรับลูกค้า
■ เว็บไซต์ OTA:
・Trip.com
・Tripadvisor
■ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการ: https://www.myogetsubo.com/

จังหวัดโทชิงิเป็นสถานที่ที่ประวัติศาสตร์ยังคงมีชีวิต ธรรมชาติอยู่ใกล้ตัว และมีอาหารท้องถิ่นช่วยเติมสีสันให้ความทรงจำจากการเดินทางยิ่งพิเศษขึ้นไปอีก  ไม่ว่าจะเดินทางมากับคนรัก คู่ชีวิต หรือเพื่อนสนิท เส้นทางไหนๆ ก็เต็มไปด้วยโอกาสที่จะได้เก็บภาพสวยๆ และความทรงจำดีๆ พร้อมค้นพบเหตุผลที่ทำให้อยากกลับมาเยือนอีกครั้งในฤดูกาลถัดไป  มาลองเลือกธีมที่คุณชอบจากวิดีโอทั้ง 3 เส้นทาง แล้วออกแบบทริปเที่ยวจังหวัดโทชิงิในแบบของคุณเองกันดูนะ

อยากรู้จักจังหวัดโทชิงิให้มากขึ้น มาลองอ่านบทความเหล่านี้เพิ่มเติมได้เลย

■ สัมผัสประสบการณ์แช่ออนเซ็นในจังหวัดโทชิงิ
https://www.visit-tochigi.com/th/special-features/pages/hotspring/
■ สัมผัสวิถีชีวิตชนบทในจังหวัดโทชิงิ
https://www.visit-tochigi.com/th/special-features/pages/farm/

บทความอื่นๆ

Seasons in Tochigi